ฟ้า ลุ่มอิระวดี...๔

posted on 19 Jan 2009 09:59 by openair

นัดพี่คนขับรถมารับโรงแรมเก้าโมง หลังอาหารเช้าโรงแรม

ที่แย่กว่าในมัณฑะเลย์ ปฏิญานกับตัวเองไว้ว่าพรุ่งนี้จะออกไปหากินข้างนอกเอง

( อือ เรื่องมากก็หากินมันซะเลย ... มันก็ไม่เลว แต่เราอยากกินอะไรที่

ชาวบ้านมันกินกันตอนเช้ามากกว่า วิญญานนักท่องเที่ยวเข้าสิง )

 

 

 

ทัวร์วันนี้เราเก็บเจดีย์หลักๆไกลๆก่อน เพราะแปลนไว้ว่าพรุ่งนี้ จะนั่งรถม้าเก็บแถวใกล้ๆ

สงสารม้า และสงสารตัวเองด้วย  เอาแบบหยาบๆ เพราะไปเยอะมาก จำไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไร

เจดีย์ที่นี่ ที่เห็นมันคือกองอิฐกองใหญ่ดีๆนี่เอง ที่ด้านในเป็นโถงเดินรอบ

แต่ทุกที่มีคอนเซปแนวคิดในการออกแบบน่าสนใจมาก เอาที่เป็นไฮไล(ของเราเอง)ก็มี

เจดีย์ที่เป็นเหมือนวัดอุโมงที่เชียงใหม่ เป็นฐานใหญ่ๆ ด้านในมีภาพเขียนผนัง

ที่สมมบูรณ์กว่าที่เชียงใหม่มาก  ที่นี่ทำให้เราได้รู้ว่า กรุ๊ปทัวร์นี่ถ้าไม่นับทัวร์คนจีน

ทัวร์คนไทยนี่แหละที่เสียงดัง โหวกเหวก กรี๊ดกร๊าดไปเรื่อย น่ารำคานที่สุด

มีคุณป้าแจกไฟฉายอยู่หน้าทางเข้า เพื่อให้ส่องดูภาพด้านใน ปีนป่านเจดีย์สนุกสนาน

อยู่คนเดียว เพราะบางเจดีย์ห้ามผู้หญิงขึ้น ก็แน่ละ เราผู้ชายขึ้นยังรู้สึกชอบกล

เพราะที่ยืนนะ บนหัวพระที่อยู่ด้านในเลย  แต่วิวด้านบนก็ทำให้ลืมความรู้สึดผิดบาปไปได้

พักเที่ยง คนขับรถพามาลงร้านอาหารพม่า ที่จัดเป็นชุดๆให้กิน อาหารกับอยางละเล็กละน้อย

คล้ายๆกับข้าวอาหารเกาหลีงั้นแหละ แต่ไม่อร่อยกว่ามากๆ  ผักแห้งๆ ไม่ค่อยเขียว

เพราะที่นี่ ไม่ต่างจากทะเลทรายเท่าไหร่ มีถั่ว มีใบบัวบกผักกับไข่ รสชาติแปลกดี

มีไก่ที่ผ่านการทอดประมาณ 56 ครั้ง เหนียว แข็ง และ แข็ง

หลังอาหารเที่ยง เราออกไปเก็บเจดีย์แถบนอกเมืองเก่า นอกเขตเมืองเก่า

ที่นี่มีบะกันเก่า และบะกันใหม่ คาดว่าน่าจะหลังจากที่ ยูเนสโก้แประกาศมรดกโลก

ก็เลยแบ่งโซนไว้

 

ระหว่างทางมีองค์เจดีย์องค์หนึ่ง ซึ่งมองจากข้างนอก

ก็ธรรมดามาก เราไม่มีข้อมูลมาก่อนเลยว่าอะไร แวะทำไม  คนขับก็ไม่บอกอะไรเลย

พอเข้าไปเท่านั้นแหละ พ้นประตูเข้าไป ประมาณ 1 เก้า จากธรณีประตู ก็เป็นฐานพระซึ่งใหญ่มาก

คับอยู่เต็มองค์เจดีย์  มีทางเดินแคบไม่ถึงเมตรด้านหน้า เทียบสเกลแล้ว

หัวเราเท่าเล็บนิ้วชี้ขององค์พระ แล้วคับจบหัวเข่า ( เรียกไม่ถูก ) ขององค์พระฝังไปในผนัง

พอเดินสุดปลายหัวเข่าด้านซ้าย มีรูเล็กๆให้รอกเข้าไปอีก แม่เข้ามีอีกองค์ยัดอยู่ตรงนี้

ลองเดินกลับไปอีกด้านสิ  ด้านขวา เอ้า อีกองค์ด้วย สรุปว่ายัดพระองค์ใหญ่มาก

แน่นในองค์เจดีย์นี้สามองค์  อ่านประวัติพอได้ความเลาๆว่า คนสร้างเป็นมอญที่เคยถูกจับเป็นเชลย

จึงแสดงแนวคิดออกมาด้วยความอึดอัด คับแค้นใจ ทีถูกคุมขังมาก่อน เดินไปด้านหลังองค์เจดีย์

ตกใจมองค์พระใหญ่มาก แอบนอนอึดอัดอยู่ด้านหลังอีก 1 องค์  เจ๋งจอร์ช ประทับใจข้ามาก

 

 

 

ออกจากที่นี่เราเข้าไปบะกัน คนขับแวะร้านขายของที่ระลึก ที่นี่เลื่องลือเรื่องภาพเขียนทราย

และงานไม้ไผ่เคลือบแล็กเกอร์  เราซื้อไม้ไผ่เคลือบแล็กเกอร์ดำและเขียนลายทองรูปรอบพระพุทธบาท

จากมัณฑะเลย์เมื่อวาน 15 us ที่นี่ ขาย 5 us 5 5 5 ตังค์หายไป 350 บาท

อย่าซีเรียส มาเที่ยวก็ต้องทำใจเรื่องอย่างนี้ ถูกใจแล้วก็อย่าคิดมาก เราคิดอย่างนี้ตาหลอด

เพื่อความสบายใจในการเที่ยวทุกครั้ง แต่ก็โดนทุกครั้งสิน่า

 

ที่นี่มีการนำเอาขนหางม้า มาสานเป็นรูปถ้วยภาชนะ แล้วเคลือบแล็คเกอร์

กลายเป็นแก้ว ได้ไง จากหางม้ากลายเป็นแก้ว

แต่เราไม่ซื้อ เพราะทุกครั้งที่กินก็จะต้องอดคิดไม่ได้ว่า

นี่กูคาบหางม้าอยู่สินะ

ทำใจลำบาก หลังจากออกมาเราแวะกินกาแฟหน้าไปรษณีย์

กาแฟสำเร็จรูป 3 in one  นะแล

ที่นี่ไม่มีกาแฟสด แต่ก็อยากกินกาแฟ อะไรก็ได้ ได้หมด

เราให้เด็กที่ร้านเขียนโปสการ์ดเป็นภาษาพม่าให้

แล้วส่งที่ไปรษณย์ฝั่งตรงข้าม  จากวันนั้นถึงวันนี้

มันยังเดินทางมาไม่ถึงเลย นี่ก็ร่วมยี่สิบวันแล้วสินะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงบ่ายแวะเจดีย์ที่คล้ายๆศิลปะขอม และอีกเจดีย์ที่คล้ายปิระมิด

ที่นี่อุดมไปด้วยศาสตร์แห่งการก่อสร้างมากมายจนเราเริ่มมั่นใจแล้วว่า

น่าจะเป็นแถบนี้ ที่เป็นเมืองทอง เมืองท่า ที่รุ่งเรืองในประวัติศาสตร์

ถ้ามองอย่างเป็นกลางโดยไม่มีประเด็นชาติมาเกี่ยวข้อง

เราว่า อโยธยา สุโขทัย นี่แทบจจะเป็นแค่เมืองหน้าด้าน ยิบย่อยไปเลย

ตกเย็นไฮไลท์ ห้ามพลาดของที่นี่คือการไปนั่งมองพระอาทิตย์ตกท่ามกลางทะเลเจดีย์

เราถามคนขับรถว่าเขาไปดูที่ไหนกันเยอะ เราขอไปที่อื่น

เอาแบบเห็นชัดๆ แต่คนไม่เยอะ  โอเคเลยครับ มีแค่ห้าคน

เห็นมุมกว้างของทุ่งเจดีย์และแม่น้ำอิระวดี ระหว่างรอ

เราเดินวนรอบๆบนยอดเจดีย์ มาหยุดมองวิวที่ซุ้มฝั่งหนึ่ง ชาวบ้านข้างนอก ชี้ด้านหลังเรา

และบอก บีม บีม ( ด้วยหน้าตาเรียบ นิ่ง ) เราเลิกลัก ป่าวไม่ใช่บีม เราไม่ได้หน้าตาแย่ขนาดนั้น

( ระหว่างที่เขียนกำลังคิดว่า กูควรจะลบออกไหม เพื่อป้องกันการหมั่นไส้จากผู้คน

แต่คิดไปแล้ว เอาเหอะปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ ก็มันจริตของมึงนี่ )

เราก็หันหลังกลับไปมอง มีผึ้งรังขนาดประมาณกระดาษเอสี่

ห่างจากหน้าผากเราประมาณสองคืบ

กำลังพลเต็มรัง ทำไมกูตาถั่วอย่างนี้ ตั้งสติ นิ่ง กลั้นหายใจ

(ทั้งหมดที่ทำไป ไม่รู้เอามาจากตำราไหน ทำเองทั้งนั้น )

เรานิ่ง มองรัง ยกมือไหว้ ประมาณว่าไม่ได้มารบกวนพี่นะครับ ขอโทษครับ

ผมแค่มาดูพระอาทิตย์ตกครับ แล้วก็ค่อยๆย่องออกมา อย่างปลอดภัย นี่ถ้าแกไม่ทัก

ด้วยความซุ่มซ่ามอาจทำให้มือไม้แขน ( ขาคงไม่ถึง )

ไปโดนรังมันแตกได้  แต่แกก็นะ ทักแบบไม่ตื่นเต้นเลย

ทักทั้งที เอาแบบแสดงอารมณ์ให้มันน่าตกใจ เรื่องใหญ่หน่อยก็ไม่ได้

แต่เราก็ขอบคุณแก ยกมือไหว้เลยนะ อันนี้ลืมตัว  นึกว่าอยู่บ้าน

แกก็หัวเราะว่านึกว่าเราเห็นแล้ว

 

 

กลับจากร่ำลาตะวัน เราหาข้าวมื้อเย็นกินก่อนกลับโรงแรม

คนขับรถขอตัวทั้งเราไว้ 1 ชั่วโมง

บอก ขอตัวไปดื่มเดี๋ยวกลับมารับ มื่อเย็นกินสลัดกับข้าวผัด

สลัดที่ดูออกจะเป็นยำมากกว่า

คนขับรถมารับ 1 ชั่วโมงให้หลัง หน้าแดงก่ำ พูกมากกว่าเคย

แล้วพาเราไปส่งที่โรงแรม

คุยขโมงโฉงเฉง รู้เรื่องบ้าง อะไรไม่รู้มั่ง น่าจะดื่มไปไม่น้อย

เราลงจากรถ แกทิ้งท้ายด้วยว่า

havr a good sleeping 

อือ ไม่เคยได้ยิน ใครเขาใช้กันวะ

แต่รู้สึกดีกว่าเวลามีใครมาบอกเราว่า good night มากมาย

 

HAVE A GOOD SLEEPING 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 20 Jan 2009 11:59:54 by ON AIR

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Have a good day ค่ะพี่
น่าไปมาก

#1 By sofa on 2009-01-20 13:17

ว้าววว พาโนราม่าพระอาทิตย์ สวยมากเลยค่ะพี่บีม เอิ้กๆๆ ชอบๆๆ

#2 By @พักใจ on 2009-01-20 22:27